|

ถ้าคุณอยากเลิกสูบบุหรี่ควรทำอย่างไร
1. ตั้งใจ ตัดสินใจ แน่วแน่ ว่าต้องการเลิกด้วยตนเอง
2. กำหนดวัน "ปลอดบุหรี่ " ของตนเองอาจเป็นวันสำคัญของศาสนา วันเกิดตนเอง หรือบุตร ภรรยา ไม่ควรเลือกช่วงเวลางานที่เครียด
3. ทิ้งบุหรี่และอุปกรณ์ทั้งหมด เพื่อมิให้สิ่งเหล่านี้มากระตุ้นความอยากบุหรี่
4. แจ้งแก่ทุกคนในครอบครัวที่ท่านทำงาน นายจ้าง เพื่อนสนิท เพื่อนร่วมงาน เพื่อให้เป็นกำลังใจเป็นแรงสนับสนุนให้เลิกได้สำเร็จ
5. ให้งดสุรา กาแฟ อาหารรสจัด ละเว้นการรับประทานอาหารอิ่มเกินไป ไม่ควรนั่งโต๊ะอาหารนาน ๆ เพราะหลังอาหารทุกมื้อจะเกิดอยากบุหรี่
6. ในช่วงแรกที่อดบุหรี่จะรู้สึกหงุดหงิด ให้สูดหายใจเข้า-ออก ลึก ๆ ดื่มน้ำมาก ๆ เพื่อลดความอยาก หรืออาจอาบน้ำ
7. ออกกำลังกายสม่ำเสมอ หางานอดิเรกทำเพื่อครายเครียด เพราะส่วนใหญ่หลังเลิกบุหรี่น้ำหนักตัวจะขึ้น การออกกำลังกาย ควบคุม อาหาร ลดอาหารหวาน
จะเป็นการควบคุมน้ำหนักอีกทางหนึ่ง
ข้อมูลจาก มูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่
เราขอเป็นกำลังใจให้ท่านทำสำเร็จ...... ฝ่ายชุมชนสัมพันธ์
พ่อแม่ช่วยลูกได้
สติปัญญาหลากหลายจะเริ่มก่อตัวตั้งแต่ในวัยเด็กโดยเฉพาะตั้งแต่แรกเกิดถึงสามขวบ พ่อแม่จึงมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งที่จะช่วยเสริมสร้างความสามารถต่างๆ โดยการค้นพบความถนัดของลูกจากการสังเกต และทำกิจกรรมต่างๆร่วมกับลูก เมื่อพบว่า ลูกมีความสามารถในด้านใด ควรส่งเสริมให้มีความเก่ง ความชำนาญในด้านนั้น เพื่อให้ลูกมีความสามารถเฉพาะที่เด่นชัดของตนเอง พร้อมส่งเสริมปัญญาด้านอื่นๆด้วย เช่น ถ้าเป็นผู้ที่มีความรู้ด้านธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ชำนาญเรื่องพืชและสัตว์ ก็จะต้องมีความตระหนักในความสำคัญ อนุรักษ์ธรรมชาติ รู้จักถ่ายทอดและเผยแพร่ความคิด มีมนุษยสัมพันธ์ รู้จักควบคุมอารมณ์ของตนเอง เป็นต้น ในการจัดประสบการณ์เพื่อพัฒนาความสามารถของเด็ก พ่อแม่ทำได้ดังนี้
1. จัดประสบการณ์ตรงให้แก่เด็ก เพื่อให้เด็กได้ความรู้จากสถานที่จริง เช่น พาไปเที่ยวสวนสัตว์ สวนสาธารณะ พิพิธภัณฑ์ อุทยานประวัติศาสตร์ สถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ เช่น ทะเล ภูเขา อุทยานแห่งชาติ หากพ่อแม่มีเวลาพาเด็กไปเที่ยวสถานที่ต่างๆในประเทศ จะช่วยให้เด็กได้ประสบการณ์จริงที่มีคุณค่ามหาศาล ช่วยให้เด็กรักธรรมชาติ รักแผ่นดินไทย และ เป็นการสร้างความผูกพันกับสมาชิกในครอบครัวด้วยxml:namespace prefix = o />xml:namespace prefix = o />xml:namespace prefix = o />
2. ส่งเสริมให้เด็กมีทักษะต่างๆที่จำเป็น และมีความใฝ่รู้ใฝ่เรียน พ่อแม่สามารถส่งเสริมให้เด็กพัฒนาทักษะด้านต่างๆได้ ด้วยการทำกิจกรรมต่างๆกับลูกและพูดคุยกับลูกขณะทำงาน เช่น การประกอบอาหาร การดูแลรักษาต้นไม้ การใช้เครื่องมือในการซ่อมแซมสิ่งต่างๆในบ้าน เป็นต้น นอกเหนือจากการพัฒนาทักษะหลายด้านจากงานที่ทำแล้ว เด็กยังได้พัฒนาภาษา ความคิด การสังเกต และความรู้ จากการที่พ่อแม่ตั้งคำถามให้เด็กคิดอีกด้วย พ่อแม่ควรฝึกให้ลูกสังเกตสิ่งต่างๆในชีวิตประจำวัน และตั้งคำถามกระตุ้นความคิด ทั้งในการทำกิจกรรมที่บ้าน หรือเมื่อไปนอกบ้าน เพื่อให้เด็กได้ความรู้หรือต้องการหาความรู้เพิ่มเติม เช่น เมื่อเห็นด้านข้างรถโดยสารเขียนว่า กรุงเทพ-หล่มเก่า หรือ กรุงเทพ-บ้านนา เด็กก็น่าจะสังเกตและสงสัยว่าสถานที่นั้นอยู่ที่จังหวัดใด และพยายามค้นหาคำตอบด้วยตนเอง นอกจากนี้พ่อแม่ควรปลูกฝังให้ลูกสนใจใฝ่รู้ ปลูกฝังให้รักการอ่าน ด้วยการเป็นแบบอย่างที่ดีในการอ่าน จัดหาหนังสือเสริมความรู้ไว้ในบ้าน พาเด็กไปห้องสมุดและร้านขายหนังสือ เพื่อให้เด็กได้เห็นบรรยากาศของความใฝ่รู้ใฝ่เรียนของผู้คน ซื้อหนังสือที่ดีให้ลูกอ่าน ช่วยเลือกและชี้แนะให้เด็กรู้จักเลือกแหล่งความรู้ และสอนให้มีวิจารณญาณในการเลือกรับข้อมูลข่าวสารจากแหล่งต่างๆ
3. ให้เวลาเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ของเด็ก และเรียนรู้พร้อมกับเด็ก เช่น พูดคุยกับเด็กเกี่ยวกับเรื่องราวในหนังสือที่เด็กอ่าน สนทนาเกี่ยวกับข้อมูลจากอินเทอร์เนต วิจารณ์ข่าวในหนังสือพิมพ์ ฟังวิทยุ ดูโทรทัศน์พร้อมกับลูก เพื่อช่วยให้คำแนะนำและกระตุ้นให้คิดวิเคราะห์และรู้จักเลือกรับข้อมูลที่เหมาะสม ครอบครัวบางครอบครัวมีโทรทัศน์หลายเครื่อง เด็กดูโทรทัศน์ในห้องนอนของตนเอง ทำให้เวลาที่พ่อแม่และลูกจะได้พูดจากันมีน้อยลง การดูโทรทัศน์พร้อมกับเด็กและพูดคุยกันจะช่วยให้ความสัมพันธ์ในครอบครัวเป็นไปอย่างแน่นแฟ้นอบอุ่นอีกด้วย
4. ส่งเสริมให้เด็กเรียนรู้การแก้ปัญหา พ่อแม่ควรฝึกฝนให้ลูกเตรียมพร้อมที่จะเผชิญปัญหาและเรียนรู้การแก้ปัญหาตั้งแต่ยังเยาว์ ปัญหาที่ลูกจะต้องเผชิญมีหลากหลาย ทั้งปัญหาทางร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สังคม การเรียน การทำงาน พ่อแม่จึงควรช่วยให้ลูกแข็งแกร่งและมีภูมิต้านทานเพียงพอที่จะใช้สติปัญญาแก้ปัญหาได้ด้วยตนเอง ด้วยการฝึกหัดอบรมลูกให้กล้าเผชิญปัญหาโดยพ่อแม่ดูแลอยู่ห่างๆ ให้ลองทำ ลองหาวิธีแก้ไข ฝึกให้คิดวิเคราะห์ หาเหตุผล สะสมความมั่นใจ อดทน พากเพียร ไม่หวั่นไหว กล้าสู้ และแก้ไขปัญหาด้วยสติปัญญา โดยที่พ่อแม่เห็นใจและพูดคุยให้แนวทางแก่ลูก
5. อบรมบ่มนิสัยให้ลูกมีคุณธรรม พ่อแม่มีบทบาทที่สำคัญยิ่งในการเป็นแบบอย่างให้เด็กซึมซับสิ่งที่ดีงาม การประพฤติปฏิบัติ ค่านิยม ทัศนคติของพ่อแม่ล้วนส่งผลต่อชีวิตของลูก เด็กที่อยู่ในครอบครัวที่พ่อแม่และคณาญาติประกอบอาชีพในทางที่สุจริต มีความซื่อสัตย์ เห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวม มีคุณธรรม เมตตากรุณา มีน้ำใจ ก็มักจะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณลักษณะที่ดีเช่นเดียวกัน
ในการบ่มเพาะปลูกฝังคุณธรรมให้แก่เด็กนั้น เด็กเรียนรู้จากการเป็นแบบอย่างที่ดีของพ่อแม่และจากการพูดคุย สนทนา แนะนำ ตักเตือนที่เหมาะสมของพ่อแม่ นอกจากนี้ พ่อแม่ควรให้คำแนะนำ ชี้แนะแนวทางที่ถูกที่ควร และตักเตือน เพื่อป้องกันปัญหา โดยคำนึงถึงวัยและสภาพแวดล้อมของเด็ก ในการส่งเสริมการเรียนรู้ของลูก พ่อแม่ควรเป็นกัลยาณมิตรของลูก เป็นที่ปรึกษา รับฟังปัญหา ทำให้ลูกไว้ใจ และช่วยให้ลูกก้าวไปสู่เส้นทางแห่งการเรียนรู้ด้วยความมั่นใจ
ข้อมูลจาก http://www.brainy-kidz.com/ ข้อเท็จจริงเรื่องศักยภาพของเด็กและการเรียนรู้
|